ใช้ชีวิตอยู่ทุกวัน เหมือนนักศึกษาปุถุชนทั่วไป ไม่ได้เป็นเด็กเนิร์ด หรือเลวจนมากไป
กินเหล้าบ้าง เที่ยวบ้าง เฮฮากับเพื่อนฝูง อ่านหนังสือ ทำงานยันเช้า ตื่นสาย
ทุกอย่าง เป็นแค่เรื่องธรรมดา ที่คนที่ยืนอยู่จุดนี้คงเคยพบผ่านมัน
บ่น บ่น บ่น จะบ่นทำไมว่าตัวเองเหนื่อยหนัก ทั้งที่ความจริงสิ่งที่ทำมันก็ช่างน้อยนิด
วันนี้เข้าไปในม. ท้องฟ้ามืดครึ้ม ในเมื่ออยู่ในภูเก็ต กับช่วงฤดูนี้ ก็คงต้องเจอสภาพแบบนี้
สามปี ผ่านไป ด้วยความเคยชิน
ขากลับเดินออกมา ตามทางเดิน ฝนอยู่ ๆจากที่ปรอย ๆ ก็ตกหนัก
ณ ที่ตรงนั้น ฉันได้พักพิง ชายคาเดียวกัน กับ ฝ่ายภูมิทัศน์ ของ มหาลัย
ใช่ .. คนกวาดขยะค่ะ
ป้า เดินเข็นรถที่เต็มไปด้วยเศษใบไม้ ซากขยะ ที่ปัญญาชน กินแล้วทิ้งเอาไว้
ใส่หมวกสาน เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว รองเท้าบู๊ท มีหน้ากากกรองฝุ่น
ฝนตก พื้นแฉะ การเข็นดูท่าทางทุลักทุเล เกินแรง ผู้หญิงวัยสี่สิบกว่า ๆ ไปพอตัว
เรายืนอยู่ใกล้ ๆกัน แวดล้อมด้วย สายฝน ลมแรง และความเงียบ
ความเงียบ เงียบ และเงียบ
ฝนห่าใหญ่หยุดลง ไม่แปลกที่คนแปลกหน้าสองคนจะแยกจาก
ไม่กวาดตก มือต้องจับรถเข็นเอาไว้
คุณป้าดูท่าทางจะเกิดปัญหาแล้วล่ะสิ
เดินเข้าไป หยิบยื่นค.ช่วยเหลือ แค่หยิบไม้กวาดส่งให้ พร้อมรอยยิ้ม
" ออกมาตากฝนทำไมลูก เดี๋ยวเป็นหวัดหรอก"
ฉันยิ้ม
คิดในใจ " แล้วป้าล่ะ ตากฝน เดินทัังวัน เดี๋ยวเป็นหวัด เดี๋ยวปวดหลังนะ"
หากตอบไปด้วยวาจา "ไม่เป็นไรค่ะ ถ้ารอให้หยุด คงจะอีกนาน"
ขี่ไอแก่กลับหอ ในสมอง ก็คิด คิด และคิด
ทำไมกัน คนที่เค้าใช้แรงงาน ถึงตื่นเช้า
ทำไมกัน นักศึกษาปัญญาชน ถึงตื่นสาย รึยันเที่ยง
ทำไมกัน คนที่ต้องหาเงินเลี้ยงตัวเองเลี้ยงครอบครัว ถึงจัดการการเงินได้
ทำไมกัน นักศึกษาอย่างฉัน ที่เงินไหลออกจากตู้วิเศษ ถึงจ่ายแทบจะไม่พอซะทุกเดือน
ทำไมกัน พ่อแม่ที่ต้องออกไปทำงาน ถึงแม้เหนื่อยขนาดไหน ถึงไม่ปริปากบ่น
ทำไมกัน ตัวฉัน ที่เป็นเพียงผู้มีหน้าที่เรียน ถึงคร่ำครวญถึงความเหนื่อยหนักอันน้อยนิด
หรือเพราะเราสบายเกินไป เรามีพร้อม เลยหลงลืม
อย่างนั้นเหรอ
..ประหยัดหน่อยนะลูก ต่อไปทำงานเอง ใช้ไม่พอจะทำไง
..อย่าตื่นสายสิ เวลาแต่ละวันมันจะไม่พอใช้นะ
..อย่าคิดมาก ปัญหาใหญ่กว่านี้ยังมี อดทนไว้ลูก
เริ่มจะเข้าใจขึ้นมานิดๆ แล้วล่ะแม่
ปล.
ไม่ได้ตั้งใจให้มันดูจริงจังเลย เหอๆ
ตัวอักษรมันบางเบา หรือใจฉันมันเบาบาง กันแน่(วะ)
ฝนตกครั้งนี้ให้อะไรที่ต่างไป
ขอบคุณที่วันนี้มีโอกาส "ตื่นเช้า"